พช. Kick off ต้นแบบ 1 ตำบล 1 วัด 1 คลังยาและอาหาร สานข่ายขยายงาน MOU วัด มหาดไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

วันที่ 22 เมษายน 2565 เวลา 09.00 น. นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off ต้นแบบ 1 ตำบล 1 วัด 1 คลังยาและอาหารสานข่ายขยายงาน MOU วัด มหาดไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยมีพระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอเขื่องใน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ จิตอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรม ณ ชาววัง คลังยาและอาหาร บ้านวังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุข มีความมั่นคง โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อนการพัฒนามาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549 และได้มีการขับเคลื่อนข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัด และชุมชน ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน มุ่งหนุนเสริม “เสาหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” เพื่อให้เป็นสถาบันหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ตามหลัก “บวร” หรือ บ้าน วัด โรงเรียนและราชการ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ได้มีการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหนุนเสริม “เสาหลักของประเทศชาติ” คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้เป็นสถาบันหลัก ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ คำฝอย รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายแผนงานสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ และท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมในพิธีด้วย”

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่อว่า “จังหวัดอุบลราชธานี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการขับเคลื่อนบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยได้มีการดำเนินกิจกรรม “บวร” ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ เช่น บ้านวังอ้อ ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กิจกรรม 1 ตำบล 1 ถนนสายวัฒนธรรม กิจกรรมพลัง (บวร) จิตอาสาพัฒนาวัดและชุมชน และกิจกรรม 1 ตำบล 1 วัด 1 คลังยาและอาหาร โดยใช้พลังบวรในการขับเคลื่อน ให้เห็นเป็นรูปธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่ช่วยในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมหาดไทยได้ลงพื้นที่ขับเคลื่อนชี้แจงวัตถุประสงค์ตามภูมิภาค 4 ภูมิภาค เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงานและขับเคลื่อนไปด้วยกัน ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจน โดยใช้พลังบวร เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงาน และในวันที่ 29 เมษายน 2565 ได้มีการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผ้าไทย โดยเชิญที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้ามาให้ความรู้กับกลุ่มช่างทอต่างๆ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถเพิ่มพูนองค์ความรู้ทักษะต่างๆ แก่ช่างทอผ้า เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพของผ้าทอต่อไป รวมถึงในเรื่องของกองทุนชุมชน และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ และกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมปลูกผัก สวนครัว สมุนไพร ปลูกต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูณ) การแปรรูปสมุนไพร การอบสมุนไพร ด้วยเตาอบสมุนไพร และกิจกรรมสาธิตการทำอาหารจากผลผลิตพืชผักและสมุนไพร

ในนามกรมการพัฒนาชุมชน ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง ที่ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการ ศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะสงฆ์ ที่ได้ตั้งใจในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน อย่างเต็มสติกำลัง ร่วมแรง ร่วมใจ สานพลังร่วมกันระหว่างภาครัฐ วัด และชุมชน เพื่อเกื้อหนุนส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง และสามารถปรับตัวได้ต่อบริบทความเปลี่ยนแปลงท่ามกลางภาวะวิกฤตในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกด้วย” อธิบดี พช. กล่าว

(Visited 1 times, 1 visits today)