อธิบดี พช. ประชุมชี้แจงการดำเนินการโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ปี 2565 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันที่ 8 ธันวาคม 2564 นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมชี้แจงการดำเนินการโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ปี 2565 ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ณ ศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อการตัดสินใจ (War Room) ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน โดยมีนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายศุภชัย สุพรรณทอง ผู้อำนวยการกองแผน พัฒนาการจังหวัด ประธานเครือข่าย OTOP ระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน 76 จังหวัด เข้าร่วมประชุม

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “ตามที่ คณะรัฐมนตรี วันที่ 21 กันยายน 2564 มีมติเห็นชอบกรอบแผนงานหรือโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายใต้พระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เห็นชอบกรอบการดำเนินการและคู่มือแนวปฏิบัติการเสนอโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ปี 2565 เพื่อให้คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างสอดคล้องกับข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรอบแผนงานหรือโครงการกำหนดขอบเขตการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) การรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการและส่งเสริมการจ้างงานของสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และการจ้างงานในชุมชน 2) การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ และสามารถกระจายผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนในระดับประชาชนในระดับฐานราก ทั้งนี้ การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาดพร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน โดยต้องเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่มีลักษณะ ดังนี้ 1) พัฒนาสินค้า ท่องเที่ยว บริการ และการค้า เช่น การพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน/OTOP การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน 2) ยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร เช่น การพัฒนาและส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมการแปรรูปพืชและสัตว์เศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ 3) ส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เช่น อบรมอาชีพระยะสั้น อบรมยกระดับทักษะฝีมือ 4) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการฟื้นตัวและพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน เช่น ถนนในหมู่บ้าน แหล่งน้ำขนาดเล็ก ทั้งนี้ โครงการหรือกิจกรรมที่เสนอจะต้องเป็นโครงการที่มาจากความต้องการของพื้นที่ และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งพิจารณาใช้ข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) มาประกอบการจัดทำโครงการ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 โดยเสนอโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐในจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้บรรลุเป้าหมายเกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อผลประโยชน์ประชาชนในพื้นที่ต่อไป”

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอให้ช่วยกันพิจารณาของบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มองภาพรวมของการพัฒนาและผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนฯ ขอให้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการจัดเก็บและสำรวจข้อมูล มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ตรวจสอบข้อมูลบุคคล/ครัวเรือนเป้าหมาย และการบันทึกข้อมูลการให้ความช่วยเหลือในระบบ TPMAP ให้แล้วเสร็จตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด และการดำเนินการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ขอให้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายและบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณากำหนดรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสมร่วมกับภาคประชาชนและภาคเอกชนในพื้นที่ ที่สามารถส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

(Visited 1 times, 1 visits today)